การเช็ครถก่อนออกเดินทาง ควรตรวจดู ยางรถยนต์และลมยาง ให้ได้มาตรฐาน, ระดับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเบรก ให้เพียงพอ, ระบบหล่อเย็นและหม้อน้ำ ให้สมบูรณ์, แบตเตอรี่ ให้พร้อมใช้งาน, ระบบไฟส่องสว่างและปัดน้ำฝน ให้ทำงานปกติ, และ สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัด รวมถึงตรวจสอบ อุปกรณ์ประจำรถ เพื่อความปลอดภัย.
1.ยางรถยนต์และลมยาง
ตรวจสอบสภาพยาง: เช็กดอกยางว่าสึกหรอหรือไม่ และแก้มยางไม่มีรอยแตกหรือบวมผิดปกติ. เช็กลมยาง: ตรวจสอบระดับลมยางให้เหมาะสมกับคู่มือรถ และอาจเพิ่มแรงดันลมยางเล็กน้อย 2-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพื่อลดอุณหภูมิยางขณะวิ่งทางไกล
2.น้ำมันเครื่องและระบบหล่อเย็น
น้ำมันเครื่อง: ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องจากก้านวัดว่าอยู่ระหว่างขีดบน-ล่าง และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่หากถึงกำหนด น้ำมันเบรก: ตรวจเช็กระดับน้ำมันเบรกและสภาพผ้าเบรกว่าพร้อมใช้งาน
3.ระบบไฟฟ้า
แบตเตอรี่: เช็กความแน่นของขั้วแบตเตอรี่และทำความสะอาดคราบขี้เกลือ หากสตาร์ทติดยากให้รีบนำไปชาร์จหรือเปลี่ยนใหม่. ไฟส่องสว่าง: ตรวจสอบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอก ว่ามีความสว่างและทำงานปกติ
4.อุปกรณ์เสริม
ที่ปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก: ตรวจสอบใบปัดน้ำฝนว่ามีรอยแตกหรือไม่ และน้ำฉีดกระจกเพียงพอ ชุดเครื่องมือ: เตรียมชุดเครื่องมือประจำรถ เช่น ยางอะไหล่ แม่แรง สายพ่วงแบตเตอรี่ และชุดเครื่องมือพื้นฐานอื่นๆ ไว้ในรถเพื่อความอุ่นใจ
5.ตรวจเช็คแบตเตอรี่
โดยการเช็กระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น ส่วนแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง เช็กได้ที่สีของตาแมวซึ่งจะบอกสถานะว่าแบตเตอรี่พร้อมใช้งานหรือไม่
การตรวจเช็ครถก่อนเดินทางไกลเป็นสิ่งสำคัญและไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะการตรวจเช็คสภาพรถอย่างละเอียดจะช่วยให้แน่ใจว่ารถของคุณอยู่ในสภาพดี ปลอดภัยสำหรับการเดินทาง และหากต้องการใช้รถในการให้บริการลูกค้าก็มั่นใจได้เลยว่าการเดินทางแต่ละครั้งก็จะไม่ต้องมานั่งกังวล หรือเสียเวลาซ่อมรถระหว่างทาง
