เรื่อง ยางรถยนต์ ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่นับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยและมีส่วนช่วยในการประหยัดน้ำมัน ซึ่งผู้ขับขี่หลายคนมักมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่วันนี้เราจะพาคุณมาเรียนรู้ทุกรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเติมลมยางอย่างถูกวิธี ให้คุณได้ข้อมูลที่จะทำให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและประหยัดน้ำมันมากขึ้น
แม้การเติมลมยางในระดับที่เหมาะสมจะช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ยังมีผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่า การเติมลมมากกว่าค่าที่กำหนดจะช่วยให้ขับขี่ดีขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริง การเติมลมทั้งน้อยหรือมากเกินไป ล้วนส่งผลเสียต่อการขับขี่และอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ ดังนี้
เติมลมรถยนต์มากเกินไป
- เมื่อลมยางแข็งเกินไป หน้ายางจะป่องตรงกลาง ทำให้พื้นที่สัมผัสระหว่างยางกับถนนลดลง เหลือเพียงส่วนกลางของดอกยางที่สัมผัสพื้น ส่งผลให้การยึดเกาะถนนลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นผิวที่เปียกหรือลื่น หรือขณะเข้าโค้ง
- ประสิทธิภาพการเบรกลดลง จากการที่ยางสัมผัสถนนน้อย ทำให้ยางไม่สามารถสร้างแรงเสียดทานได้อย่างเต็มที่ เสี่ยงต่อการลื่นไถล
- การขับขี่ไม่นุ่มนวล มีอาการ ร่อน ส่าย หรือพวงมาลัยเบาผิดปกติ เพราะลมที่มีเยอะเกินไป ทำให้รถสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกจากถนน โดยเฉพาะเมื่อขับด้วยความเร็วสูง จะควบคุมรถได้ยากและรู้สึกไม่มั่นคง
- ดอกยางจะสึกหรอเร็วกว่าปกติบริเวณกึ่งกลาง ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง อีกทั้งเมื่อลมยางแข็งเกินไป โครงสร้างยางจะถูกยืดออกจนรับแรงกระแทกได้น้อยลง ทำให้ยางมีโอกาสแตกร้าวหรือระเบิดได้ง่ายขึ้นหากขับขี่บนถนนขรุขระ
เติมลมรถยนต์น้อยเกินไป
- ยางที่มีแรงดันลมต่ำจะเสียดสีกับพื้นถนนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงต้านทานการหมุน ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ
- ควบคุมรถได้ยากขึ้น เนื่องจากหน้ายางที่บิดตัวผิดรูปจากแรงดันลมที่ไม่เหมาะสม จะลดประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ทำให้รถโคลงเคลง ทรงตัวยาก โดยเฉพาะในขณะเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหัน
- ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด เพราะแรงเสียดทานที่เพิ่มขึ้นระหว่างการขับขี่จะทำให้โครงสร้างยางเสียหาย เกิดความร้อนสะสมในเนื้อยาง อาจนำไปสู่การระเบิดของยางได้
